รักษาสิวสเตียรอยด์

รักษาสิวสเตียรอยด์ ทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง? 

108 0

รักษาสิวสเตียรอยด์ ทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง? 

ไม่วาจะปัจจุบันหรืออดีต ผู้คนมากมายเคยหลงเชื่อครีมกวนที่โฆษณาชวนเชื่อว่าทำให้ขาวใสราวกับแวมไพร์ หรือขาวซีดจนเห็นเส้นเลือด บวกกับค่านิยมชอบผิวขาวทำให้หลายคนหน้ามืดตามัวและหลงเชื่อว่าครีมพวกนี้ใช้ได้เห็นผล โดยไม่รู้สาเหตุว่ามีสารเคมีต่าง ๆ นานา ในปริมาณมากจนเกิดเป็นสิวแดงบวมเป่งทั่วใบหน้า ลำตัว หรือสิวสเตียรอยด์นั่นเอง แต่สาเหตุเกิดขึ้นแค่ครีมอย่างเดียวจริงหรือ และมีวิธี รักษาสิวสเตียรอยด์ อย่างไร


สิวสเตียรอยด์ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

รักษาสิวสเตียรอยด์

หากจะกล่าวว่าสิวสเตียรอยด์นั้นก็ไม่ถูกหมดเสียทีเดียว จริง ๆ แล้วสิวสเตียรอยด์เป็นสิวติดสาร ที่เกิดจากการใช้สเตียรอยด์ทั้ง  แบบคือ

  • แบบทา (Topical steroids) ส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักกับทายาโรคผิวหนัง
  •  แบบทาน (corticosteroids) เป็นยาต้านการอักเสบลดอาการบวใและช่วยลดรอยแดง ลดการทำงานของแอนตี้บอดี้
  • แบบฉีด (anabolic steroids) มีโครงสร้างและออกฤทธิ์คล้ายคลึงกับฮอร์โมนเพศชาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปในปัจจุบันพบได้ในหมู่นักกีฬาที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ 

ซึ่งสามตัวนี้ เกิดจากการใช้ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น หรือใช้ติดต่อสะสมกันเป็นเวลานาน ระบบในร่างกายจึงแปรปรวน ร่างกายหลั่งของเสียออกมาก (เพื่อกำจัดสารสเตียรอยด์ที่มากเกินไป) ไปรวมกับน้ำมันเซบัมบนผิวหน้าจนเกิดการอักเสบของรูขุมขนในระดับเซลล์ ระดับการกระจายตัวการเกิดขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทาหรือฉีดสเตียรอยด์ในบริเวณนั้น ๆ 


อาการสิวสเตียรอยด์เป็นอย่างไร

อาการของสิวสเตียรอยด์นั้นจะมี 2 แบบ เรียกว่า อาการสิวสเตียรอยด์จากการใช้ยาภายใน (Steroid acne)  และ อาการสิวสเตียรอยด์แบบทา (Steroid rosacea) ตามสาเหตุจากลักษณะการใช้และร่องรอยของโรค

อาการสิวสเตียรอยด์จากการใช้ยาภายใน (Steroid acne) 

ยังแยกอาการไปอีก 2 แบบ คือ อาการคล้ายโรคสิว และ อาการคล้ายรูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา มีลักษณะเป็นตึ่มหนอง บ้างสลับกับตุ่มอักเสบบวมแดง หรือมีสิวชนิดอื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมมาด้วย เกิดได้ทั้งบนใบหน้าและทั่วลำตัว

อาการสิวสเตียรอยด์แบบทา (Steroid rosacea) 

มีอาการเป็นผื่นแดงเป็นแผง หรือคล้ายอาการผิวหนังอักเสบ สิวอักเสบเป็นตุ่มแดง บ้างเห็นเป็นเส้นเลือดฝอยสีแดงมากกว่าปกติ ส่วนใหญ่แล้วจะพบบริเวณบนใบหน้า

แต่อย่างไรก็ตาม บุคคลที่กำลังใช้สเตียรอยด์เพื่อการรักษาก็อย่างเพิ่งแตกตื่นกันไป เพราะว่าไม่ใช่สเตียรอยด์ทุกตัวที่ใช้แล้วจะเกิดสิวขึ้นได้ การเกิดขึ้นนั้นยังมีปัจจัยอีกหลาย ๆ อย่าง เพราะร่างกายที่เกิดการกระตุ้นนั้นไม่เหมือนกัน 


สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง หากไม่อยากเป็นสิวสเตียรอยด์!

  • ไม่ใช่ใช้สเตียรอยด์ แน่นอนว่าหากคุณไม่ใช่ สิ่งที่กระตุ้นก็จะไม่มีผลกับผิว
  • ลดการใช้เครื่องสำอางค์ การใช้เครื่องสำอางค์เสี่ยง้กิดการอุดตันผิวระหว่างวันและสารที่ใส่ในเครื่องสำอางค์เองก็มีส่วนที่จะกระตุ้นให้เป็นสิวสเตียรอยด์
  • ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงต่อการระคายเคือง เช่น สบู่ถูตัวซึ่งมีค่ากรด-ด่าง ต่างจากผิวหน้า หรือขัดผิวหน้าด้วยเกล็ดหยาบ
  • รักษาความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ pH ปานกลาง (5.5)
  • ไม่ใช้ครีมที่ไม่ผ่านคุณภาพ ควรซื้อครีมผ่านแบรนด์ที่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือได้เท่านั้น

วิธีรักษาสิวสเตียรอยด์

รักษาสิวสเตียรอยด์

ถึงแม้ว่าคุณจะหลีกดลี้ยงมากแค่ไหน แต่หากในชีวิตประจำวันยังต้องเกี่ยวข้องสเตียรอยด์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น เป็นสิว การรักษาจะแบ่งตามรอยโรค 2 แบบดังนี้

รักษาสิวสเตียรอยด์จากการใช้ยาภายใน (Steroid acne) 

ในการรักษานี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะว่าเกิดขึ้นมาจากปัจจัยภายในที่เกี่ยวข้องกับชีวิต เช่น

ผู้ป่วยหลังจากการปลูกถ่ายอวัยวะ แพทย์มักจะจ่ายยา Corticosteroids ซึ่งเป็นยากดภูมิในร่างกาย ฉะนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพราะเป็นอันตรายถึงชีวิต

ผู้ที่กำลังเร่งสร้างกล้ามเนื้อโดยใช้ Anabolic steroids ควรหยุดยาในทันที เพราะนอกจากสิวที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจแล้ว สเตียรอยด์จะเกิดผลไม่ดีต่อร่างกายในระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องของฮอร์โมนที่สูงผิดปกติจนอาจเป็นหมันได้ถาวร

เมื่อทำการหยุดยาแล้ว สิวจากภายนอกสามารถใช้ยาปฏอชีวนะทาเหมือนรักษาสิวปกติ เช่น Benzoyl peroxide, Tetracycline, Retinoids หรือวิตามินเอสังเคราะห์ โดยสามารถรับประทานยาปฏิชีวนะร่วมด้วยได้ 

รักษาสิวสเตียรอยด์จากการใช้แบบทา (Steroid rosacea) 

ในการรักษาแบบทา หากได้ยาสเตียรอยด์มาจากแพทย์ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อลดโดสลงมาหรือเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่นที่ไม่มีส่วนประกอบของสะเตียรอยด์แทน แต่ส่วนใหญ่แล้วอาการสิวสเตียรอยด์แบบทา มักมาในรูปแบบของผู้บริโภคที่ใช้ครีมที่ไม่ได้คุณภาพจนเกิดรอยโรคผิวหนังอักเสบขึ้นมา 

ในส่วนองการรักษาสเตียรอยด์ rosacea ควรใช้ยาลดสิวแต้มโดยไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ร่วมกับยา Tetracycline เป็นยาฆ่าเชื้อที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมแบคทีเรียหลายชนิด ที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อ ลดตัวไรตามผิวหนัง และร่วมกับมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เนื่องจากยารักษาสิวทำให้ผิวแห้งแดง ลดน้ำมันบนใบหน้าได้

บางคนเกิดอาการเส้นเลือดฝอยแตกบริเวณบนใบหน้า (Telangiectasia) การที่จะรักษาให้หายต้องพึ่งหัตถกรรมเลเซอร์เท่านั้น


การดูแลรักษาผิวที่ติดสเตียรอยด์

รักษาสิวสเตียรอยด์

เมื่อรักษาตามรอยโรคแล้ว สิ่งที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง คือการดูแลผิวจากสิวสเตียรอยด์ให้ไม่ไม่กลับมาพังมีแต่หน้าปังยิ่งกว่าเดิม ซึ่งวิธีการนั้นง่ายมากและทำให้ผิวของคุณดูแข็งแรงขึ้นด้วย

  • งดใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์อย่างถาวร

ข้อนี้สำคัญอย่างมากที่จะป้องกันผิวของคุณไม่ให้เกิดสเตียรอยด์ซ้ำอีก คุณสามารถขอแพทย์ให้ลดปริมาณหรือใช้ยาทาประเภทอื่นได้ภายใต้คำแนะนำที่เหมาะสม

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกาย

ผิวที่เป็นสิวสเตียรอยด์นั้นบอบบางและอ่อนแอมาก ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดไม่ว่าจะผิวกายหรือผิวหน้า ควรเลือกอย่างอ่อนโยนที่สุด อาจจะเป็นครีมอาบน้ำของเด็กเล็ก ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ พาราเบน ค่ากรดด่าง 5.5 หรือเป็นของแพทย์ผิวหนังโดยเฉพาะ

  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายหน้า

การใช้แรงขัด ถู ออกแรงในการล้างมากเกินไป จะกระตุ้นให้เซลล์ผลัดผิวไว หรือความลงแรงนั้นทำให้ผิวระคายเคือง และแดงอักเสบขึ้นมา ทางที่ดีควรงดกิจกรรมการผลัดเซลล์ผิว หรือขัดหน้าไปสักระยะใหญ่ก่อน ให้มั่นใจว่าผิวหน้าเริมดีขึ้นจึงกลับมาขัดหน้าได้ตามปกติ เพราะหากไม่ขัดหน้า เซลล์บนผิวหน้าก็สามารถผลัดเซลล์ผิวตายได้ตามปกติอยู่แล้ว

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า

เมื่อผิวเกิดการอักเสบ ทำให้หลาย ๆ คนไม่กล้าให้หน้าสัมผัสใดใดนอกจากน้ำเปล่า แต่คุณรู้ไหมว่า การที่ผิวเป็นสิวสเตียรอยด์นั้นยิ่งต้องการบำรุงดูแลเหมือนผิวที่เป็นสิวตามปกติ กล่าวคือไม่ว่าจะหน้ามันหรือหน้าแห้ง ควรทาครีมเพื่อรักษาความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวที่อักเสบ โดยส่วนผสมให้หลีกเลี่ยงสารสกัดน้ำมัน พาราเบน น้ำหอม และกรด AHA BHA เพราะสิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ผิวอักเสบยิ่งกว่าเดิม แต่ให้หาส่วนผสมดังนี้

  • Moisturizer complex (ครีมที่ให้ความชุ่มชื้นอนุพันธ์ผสมผสาน)
  • Liorice Extract (สารสกัดรากชะเอมเทศ) 
  • Ceramide (เซราไมด์) เป็นน้ำมันพี่พบด้ในผิวตามธรรมชาติ
  • Shea Butter (เชียร์บัตเตอร์ หรือไขมันธรรมชาติจากต้นเชียนัท)
  • Centella Asiatica (สารสกัดใบบัวบก)
  • Chamomile Extract (สารสกัดจากดอกคาโมมายล์)
  • Colloidal Oatmeal (สารสกัดจากข้าวโอ๊ต)
  • Green tea Extract (สารสกัดจากใบชาเขียว)

ซึ่งส่วนผสมทั้งหมดนี้มีสรรพคุณต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการอักเสบบนชั้นผิวหนังเป็นอย่างดี และลดการระคายเคืองช่วยปลอบประโลมจากผิวที่อ่อนแอ

  • ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ

หากผิวปกติที่โดนแสงแดดแล้วยังโดนเผาไหม้และทำลายชั้นผิวได้ง่ายจากรังสียูวี ผิวที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างนี้ก็ควรได้รับการปกป้องจากแสงแดดเช่นกัน โดยเน้นใช้ครีมกันแดดเนื้อโลชั่นหรือเนื้อน้ำนมที่ซึมไวเข้าผิว และมี SPF 30 PA+++ ขึ้นไป ยิ่งค่า  SPF มากเท่าไหร่ ก็จะสามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้นานขึ้น 


แต่อย่างไรก็ดี การ รักษาสิวสเตียรอยด์ นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน เพราะเราต้องทราบสาเหตุที่มาของรอยโณคจึงจะทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง ฉะนั้นบุคคลที่มีอาการสิวสเตียรอยด์ขั้นรุนแรงควรไปพบแพทย์ทันที และควรทำตามที่แพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อ แม้ว่าจะใช้เวลาสักหน่อยแต่สิวสเตียรอยด์นี้หายหมดไปได้อย่างแน่นอน


ที่มา

https://vogue.co.th/beauty/7antiinflammatoryingredients

https://www.pharmabeautycare.com/content/5491/

https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/