สระผมตอนไหนดี

สระผมตอนไหนดี ? ยิ่งสระถูกวิธี ยิ่งมีสุขภาพผมดีขึ้น

100 0

สระผมตอนไหนดี ? ยิ่งสระถูกวิธี ยิ่งมีสุขภาพผมดีขึ้น

เคยประสบปัญหากับการสระผมบ้างไหม สระแบบไหนดี สระผมตอนไหนดี ไม่แน่ใจว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้ถูกหลักการมั้ย แล้วผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่ทุก ๆ วันนั้นเหมาะกับสภาพผมของเราหรือเปล่า เพราะสภาพผมและลักษณะที่แตกต่างกัน วิธีการสระและการดูแลย่อมใช้วิธีที่จำแนกออกไปอีก หากคุณกำลังสับสนวันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน


การสระผมนั้นสำคัญอย่างไร 

สระผมตอนไหนดี

การสระผมเป็นการทำความสะอาดร่างกายอย่างหนึ่ง ซึ่งการรักษาความสะอาดก็เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่มนุษย์ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน และเหตุผลว่าทำไมเราควรสระผมก็มีมากมาย เช่น

1.รักษาสมดุลความมันบนหนังศีรษะ

ความมันบนหนังศีรษะอันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นผมดักจับฝุ่นและสิ่งสกปรกได้ง่าย เช่น ในชีวิตประจำวันเช่นคนอยู่เมืองมีโอกาสสุขภาพผมแย่กว่า เพราะฝุ่นและมลภาวะที่สูงกว่านอกเมือง และความมันบนหนังศีรษะนี้ทำให้เส้นผมมันติดพันกัน ซึ่งการสร้างไขมันความมันนี้แต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเพศ วัย และไลฟ์ไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน

  • เพศกับปัจจัยความมันบนหนังศีรษะ จากงานวิจัยพบว่าสภาพผมในผู้ชายมีการสร้างน้ำมันScalp sebum มากกว่าเพศหญิงถึง 1.5 เท่าเนื่องจากการผลิตโปรตีนชั้นต่อมไขมันที่ทำงานมากกว่า
  • ช่วงวัยส่งผลต่อความมันบนเส้นผม เมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไปร่างกายจะผลิตน้ำมันบนเส้นผมน้อยลงและมีสาเหตุผมหลุดร่วงอย่างต่อเนื่อง เพราะสภาพหนังศีรษะที่เริ่มาดความชุ่มชื้นเป็นหนึ่งในสาเหตุของผมขาดหลุดร่วง
  • การใช้ชีวิตประจำวัน พติกรรมและไลฟ์สไตล์ ตัวอย่างเช่น เป็นที่แน่นอนว่าถ้าคุณเป็นออกกำลังกายเป็นประจำทำให้เหงื่อออกได้เป็นจำนวนมาก การสระผมทุกวันนั้นจึงเป็นการรักษาสมดุลความมันบนหนังศีรษะได้เป็นอย่างดี

2.การใช้ผลิตภัณฑ์บนเส้นผม 

ในที่นี้หมายถึงการใช้ผลิตภัณฑ์จัดผม ดัดลอน เจลและอื่น ๆ ที่เป็นแหล่งรวบรวมสารเคมีที่ทำให้หนังศีรษะระคายเคือง ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาสภาพหนังศีรษะที่แข็งแรงควรทำการสะอาดสระผมทุกครั้งหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์

3.ลักษณะของเส้นผม

ลักษณะเส้นผมมีผลกับการทำงานของซีบัมให้กระจายตัวไปตั้งแต่รากจนถึงปลายเส้นผม ผมที่ผ่านทำสีย้อมกัดซีบัมจะกระจายตัวได้ช้าเนื่องจากความแห้งบนเส้นผมทำให้ไม่ต้องสระผมเป็นประจำ  ผมเส้นใหญ่หรือมีลักษณะหยิก โอกาสที่จะสะสมความสกปรกนั้นมีมากกว่าผมที่เส้นเล็กและบาง เพราะด้วยเท็กเจอร์ตัวตัวเส้นผลและความหนาที่ง่ายต่อการดักจับฝุ่น

4. สภาพอากาศ

สภาพอากาศในเขตโซนร้อนมักหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างไม่ได้ เพราะแสงแดดนั้นมีรังสียูเอละยูวีบีเป็นปัจจัยให้ผมสุขภาพเสีย และกระตุ้นต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนังผลิตเหงื่อ (เซบัม) ได้ง่ายมาก ต่างจากเส้นผมผู้มีจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ที่สามารถสระผมได้สัปดาห์ละครั้งโดยไม่ต้องกังวลเรื่องผมมัน เพราะไม่ค่อยมีสิ่งกระตุ้นการสร้างเซบัมนั่นเอง


แล้วเราควรสระผมตอนไหนดีที่สุด

สระผมตอนไหนดี

อันที่จริงแล้วไม่ว่าจะสระช่วงเช้าหรือตอนดึกก็ไม่ต่างกันมากนัก ควรมุ่งเน้นสภาพของเส้นผมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันจะดีที่สุด ดังนั้นไม่ว่าจะสระผมตอนไหนก็ไม่มีผิดหรือถูกทั้งนั้น ลองมาเปรียบเทียบกันก่อนดูไหมว่าการสระผมตอนกลางวันและกลางคืน แบบไหนจะเหมาะกับคุณมากที่สุด ชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป

สระผมตอนกลางคืน

หลายคนชอบที่จะหมักผมที่เปียกชื้นและหลับข้ามคืนเพื่อตื่นเช้ารอผมที่แห้งนุ่มสลวย หรือไม่ต้องการใช้เวลามากมาย แค่สระแล้วล้มตัวนอน พฤติกรรมเหล่านี้อาจเสี่ยงการเป็นเชื้อราบนหนังศีรษะและแย่ไปกว่านั้นคือการไม่สบายตัวเนื่องจากหัวที่ชื้นและอุณภูมิห้องที่ร้อนหรือเย็นเกินไป

การสระผมตอนกลางคืนไม่ได้แย่เลย เราสามารถมีเวลาเตรียมบำรุงผมและหลังศีรษะได้อย่างปราณีตก่อนนอน ชโลมฮีทโปรเทคชันและเป่าผมด้วยความร้อนต่ำหรือเป่าไอเย็นจนแห้งทั้งหัว จุดสำคัญคือห้ามปล่อยให้ผมเปียกหรือเปียกหมาดๆ โดยเด็ดขาด

จะเห็นได้ว่าการสระผมตอนกลางคืนเหมาะกับบุคคลที่มีเวลาว่างตอนช่วงเย็นเป็นต้นไป มีไลฟ์ไตล์ที่ชอบผ่อนคลายตัวเองและไม่เร่งรีบก่อนนอน ต้องการให้เส้นผมได้รับความชุ่มชื้นสูงสุด

สระผมตอนเช้า

คุณอาจจะต้องตื่นเช้ากว่าปกติเสียหน่อยเพื่อสระผม มีเวลาลงทรีตเมนต์ที่อาจจะไม่มากวิธีการเหมือนตอนกลางคืน แต่อย่างน้อยก็ไม่จำเป็นต้องเป่าผมให้แห้งสนิท ปล่อยผมของคุณได้เป่าแห้งได้ไวมากขึ้นจากแสงแดดและลมธรรมชาติยามเช้า เพื่อให้ดีมากยิ่งขึ้นควรสระผมและใช้ครีมนวดคู่กัน จากนั้นใช้ลีฟออยล์ในช่วงผมหมาดและปล่อยแห้งเองตามธรรมชาติ

ช่วงเวลานี้เหมาะกับคนที่ชอบตื่นเช้า ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ไดร์เป่าผมมากที่สุดและชอบผมให้พลิ้วไหวเป็นธรรมชาติ

เห็นได้ชัดว่าการสระทั้งสองแบบนั้นไม่ได้แตกต่างกันมาก ปัจจัยหลักขึ้นอยูู่ตัวคุณเองว่าจะมีเวลาให้กับช่วงใดมากที่สุด และอยู่กับขั้นตอนว่าสะดวกบำรุงแบบใด


ขั้นตอนการสระผมที่ถูกวิธี ทำตาม  นี้ รับรองผมสวยไม่เกินเอื้อม

สระผมตอนไหนดี

พวกเราทุกคนนั้นรู้วิธีการสระผม  แต่น้อยคนที่จะรู้วิธีเคล็ดลับการสระผมอย่างยั่งยืนให้เส้นผมของเราคงความแข็งแรงตั้งแต่หนังศีรษะจรดปลายเส้นผม หากการสระผมเพียงแค่ชโลมน้ำผ่านอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะถนอมเส้นผมให้สุขภาพดีขึ้น ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่า ว่าการสระผมที่ถูกต้องควรทำอย่างไรบ้าง

1.เตรียมเส้นผมก่อนลงแชมพู

เป็นพื้นฐานหลักสำคัญของการสระผมไม่ว่าจะสภาพผมเป็นรูปแบบใดก็ตาม เพราะเมื่อเส้นผมสัมผัสน้ำ ทำให้ผมอ่อนแอ และการพันกันของเส้นผมก็จะมีโอกาสเกิดขึ้นและทำให้เส้นผมหลุดร่วงเป็นหย่อมหรือแชมพูไม่สามารถทำความสะอาดได้ทั่วถึงถึง ดังนั้นเราควรหวีผมก่อนสระทุกครั้งเพื่อเลี่ยงการพันกันของเส้นผมอีกทั้งเป็นการชะล้างฝุ่นละออง ทำให้เส้นผมสะอาดมากขึ้น

จากนั้นเตรียมเส้นผมขั้นตอนต่อไป ล้างผมด้วยน้ำเปล่าเป็นเวลา 1 นาที พร้อมนวดศีรษะให้น้ำซึมไหลผ่านให้ทั่วถึง วิธีนี้เป็นการชะล้างฝุ่นและสิ่งสกปรกออกอีกครั้งหนึ่งก่อนลงแชมพู

2.เตรียมลงแชมพู

ประการแรกต้องห้ามเป็นอย่างยิ่งก็คือ การชโลมแชมพูบนหนังศีรษะหรือส่วนของเส้นผมโดยตรง ทำไมจึงต้องห้าม สาเหตุเป็นเพราะว่าเมื่อการใส่แชมพูไปโดยตรงและขยี้ทำความสะอาด ทำให้เส้นผมยุ่งเหยิงพันกันอีกทั้งเกิดการสะสมเคมี มีผลเสียต่อสุขภาพผมในระยะยาวเมื่อล้างสะอาดไม่ดีพอ

การลงแชมพูที่ดีที่สุด คือการเทลงบนอุ้งฝ่ามือและมือทั้งสองถูจนแชมพูละลายจนเกิดฟองขึ้น แล้วจึงค่อยชโลมแชมพูที่ละลายแล้วแล้วลงบนผมที่เปียก สระและใช้นิ้วนวดบริเวณหัวและหนังศีรษะให้ทั่ว ไม่จำเป็นต้องถูบริเวณปลายผมเพราะยิ่งทำให้พันกันยุ่ง หรือการเกาแรงหรือใช้เล็บนอกจากจะทำให้หนังศีรษะแสบอักเสบแล้ว เส้นผมก็จะหลุดขาดง่ายอีกด้วย จากนั้นชโลมน้ำเปล่าล้างให้สะอาดแล้วเริ่มทำการสระผมย้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นการทำความสะอาดอย่างหมดจด

3.ไม่ลืมลงครีมนวดผม

ตำแหน่งในการลงครีมนวดผมนั้นจะตรงข้ามกับการสระผม หลังจากชำระล้างผมจากแชมพูรอบสอง บีบผมให้พอเปียกหมาดแต่ไม่ชุ่มน้ำ จากนั้นชโลมครีมนวดลงบนอุ้งฝ่ามือ ไล่นวดครีมตั้งแต่ปลายผมจนถึงกลางผม ใช้ครีมที่เราลูบไล้ตั้งแต่ปลายผมมานวดบนบริเวณหนังศีรษะให้ทั่ว หลีกเลี่ยงการชโลมบนกลางศีรษะด้วยเหตุผลเดียวกันคือเสี่ยงสารเคมีตกค้าง จากนั้นก็หมักครีมตามที่ฉลากผลิตภัณฑ์บอก แล้วชะล้างด้วยน้ำอุณภูมิปกติ จนถึงเย็นเล็กน้อยเพื่อปิดเกล็ดผม ขั้นตอนนี้ใช้เวลาสักหน่อย ล้างและนวดจนมั่นใจได้ว่าครีมนวดหมดได้ชำระล้างออกสะอาดหมดจดเพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมีตกค้างทำให้เส้นผมอ่อนแอ

4.บำรุงด้วยเซรั่ม

หลังจากเช็ดผมให้แห้งเกือบหมาดก็ลงเซรั่มบำรุงผมแบบไม่ต้องล้างออก วอร์มอัพบนผ่ามือก่อนแล้วเริ่มลูบจากปลายเส้นผมไปถึงกลางผมอย่างอ่อนโยน แล้วค่อยไล่ขึ้นบนผมด้านบน ใช้นิ้วมือนวด วนเหมือนตอนเรานวดครีมนวดผม เซรั่มบำรุงผมทำให้ผมนุ่มสลวยยิ่งขึ้นในระหว่างผมกำลังแห้ง ระวังการใช้เซรั่มแบบน้ำมันที่อาจจะทำให้ผมมันได้ และอีกหนึ่งข้อควรระวังคือไม่เริ่มลูบจากบนศีรษะเพราะทำให้ผมลีบแบน มันเยิ้มจากเซรั่มได้ง่าย

5.เป่าผมจนแห้งสนิท

แนะนำให้ใช้ไดร์เป่าผมแบบลมเย็นหรือความร้อนต่ำ นำมือจับผ้าขนหนูอุ้งจับเส้นผมและไล่เป่าโดยห่างจากเส้นผมประมาณ 15 เซนติเมตรเพื่อเลี่ยงผมอาจจะแห้งเสีย (รวมถึงบนหนังศีรษะด้วย) ไล่เป่าเช่นนี้ไปจนกว่าผมจะแห้งสนิทจากนั้นก็หวีผมไม่ให้ผมพันกัน ก่อนจะจัดแต่งทรงอื่น ๆ ต่อไป


เลือกแชมพูอย่างไรให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละสภาพผม

สระผมตอนไหนดี

การมีสุขภาพผมที่ดี นอกจากวิธีการสระที่ถูกวิธีแล้วนั้น เรายังต้องพิจารณาผลิตภัณฑ์แชมพูที่เราต้องใช้ควบคู่กันไปด้วย แชมพูทุกชนิดนั้นส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบของสารชำระล้าง (Detergents) ที่คอยกำจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกิน บนเส้นผม และช่วยให้ยาสระผมกระจายตัวเป็นฟองได้ดีขึ้นอย่างสารลดแรงตึงผิว (Surfactant) 

แต่เช่นนั้นเราจะเลือกแชมพูแบบไหนที่เหมาะกับเรา ก็ไม่ได้มีแบรนด์ตายตัวว่าจะตอบโจทย์เหมาะกับทุกสภาพเส้นผมเรา เพียงเรารู้ว่าตัวเองมีสภาพผมเช่นไรและเลือกผลิตภัณฑที่เหมาะสมก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ฉะนั้นแล้วบางคนก็ไม่รู้ว่าผมตัวเองเป็นแบบไหนกันแน่ ก็ให้ลองเช็คสภาพเส้นผมก่อนดังนี้

เช็คเส้นผมก่อนซื้อแชมพู

  • ให้สังเกตลักษณะภายนอก ให้ดูความเงางามบนเส้นผม แตกปลาย แห้งกรอบ ชี้ฟู มีน้ำหนักหรือแห้งลีบ เปราะขาดง่ายหรือเปล่า มีสภาวะหนังศีรษะลอกหรือเป็นรังแคหรือไม่
  • ดูรากผม ให้ลองดึงผมมาสักหนึ่งเส้นดึงแบบให้ชิดโคนมากที่สุด สังเกตตรงกระเปาะรากผมดึงยากแบบว่ารากผมของคุณแข็งแรง หากดึงออกมาง่ายดายหรือหลุดขาดง่าย แปลว่ารากผมของคุณนั้นไม่แข็งแรง
  • ผมเสียเปราะขาด ให้ลองดึงเส้นผมออกมาหนึ่งเส้น จากนั้นดึงหดเข้าหดออกแบบเบา ๆ หากผมยืดหยุ่นและไม่ขาดแปลว่าผมสุขภาพดี และถ้าดึงขาดแปลว่าสภาพเส้นผมเปราะบาง
  • ผมแห้งเสียหรือไม่ ให้ลองแบ่งช่อผมแล้วมัดเป็นปม หากเส้นผมคลายออกและหลุดเอง คือสัญญาณของเส้นผมสุขภาพดี แต่เมื่อใดที่มัดแล้วไม่คลายตัวออกเองคือผมที่แห้งเสีย
  • ทดสอบผมมัน หลังจากสระผมเรียบร้อยให้ปล่อยแห้งเองตามธรรมชาติจากนั้นปล่อย 24 ชั่วโมงแล้วนำกระดาษซับมันมาซับบนหนังศีรษะและหลังหู สภาพผมที่มันมากมักจะเกิดความมันกระจายบนตัวกระดาษ ในสภาพอื่น ๆ เช่น มีความมันประรายถือว่าความมันบนเส้นผมอยู่ในเกณฑ์ปกติ และ มีความมันซึมซับมาน้อยมากถึงไม่มีเลย นั่นหมายความว่าผมแห้งต้องการบำรุง

เมื่อรู้สภาพเส้นผมเป็นที่แน่นอน เราก็จะพอมองปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะของเราได้มากขึ้น และทุกครั้งการใช้ทุกผลิตภัณฑ์ให้พึงระวังการแแพ้ระคายเคืองจากสารเคมี หากตนเองรู้ว่ามีประวัติแพ้อะไรให้ระมัดระวังและดูส่วนผสมก่อนใช้ทุกครั้ง 

  • ผมมัน

ผมมันทำให้เกิดสาเหตุอื่น ๆ ที่พาให้รำคาญใจเช่น ผมหลุดร่วง เป็นรังแคเป็นหนังศีรษะ ฉะนั้นสภาพผมมันควรหลีกเลี่ยงสารที่มีซิลิโคนเพราะทำให้หนัง เพิ่มความมันแถมอาจจะระคายเคือง ใช้สารสกัดน้ำมันจากโจโจบา อาร์แกนออยล์ และ Pro-Vitamin B5 ที่ส่งเสริมให้ผมมีน้ำมันธรรมชาติและหนังศีรษะแข็งแรงขึ้น

  • ผมแห้งชี้ฟู

เส้นผมแห้งชี้ฟูนั้นต้องการน้ำมันมาหล่อเลี้ยงให้หนังศีรษะชุ่มชื้นเสมอ ผลิตภัณพ์ที่มีส่วนผสมของ น้ำมันมะพร้าว อาร์แกนออยล์ โจโจบาออยล์และโอลีฟออยล์นั้นขาดไม่ได้ อีกทั้งเส้นผมนี้ต้องการซิลิโคนเพื่อล็อคเกล็ดเส้นผมและคงสภาพหนังศีรษะให้ชุ่มชื้น อีกทั้งหลีกเลี่ยงส่วนผสมของแอลกอฮอล ยกเว้นแอลกอฮอลพวกนี้ คือ Cetearyl alcohol, Cetyl alcohol และ Stearyl alcohol เพราะพวกนี้คือแอลกอฮอลกรดไขมันที่ดีต่อใจสำหรับชาวผมแห้ง

  • ผมไม่มีน้ำหนัก ลีบแบน

ปัญหาของผมประเภทนี้คล้ายกับผมแห้งแต่มีจุดต่างกันตรงที่มา ผมแห้งต้องการความชุ่มชื้นบนหนังศีรษะแต่ผมไม่มีน้ำหนักต้องการบำรุงลึกและเคราตินเติมกับเส้นผม ส่วนประกอบหลักที่ผมชนิดนี้ต้องการก็คือส่วนผสมที่เป็นน้ำมันต่าง ๆ อย่าง อาร์แกนออยล์ โอลีฟออยล์ โจโจบาออยล์ หรือน้ำมันมะพร้าวก็ดีเยี่ยมเช่นกัน 

  • ผมที่ผ่านการทำสีและฟอก

สภาพผมหลังทำการฟอกและลงสีคงหนีไม่พ้นเรื่องผมแห้งและเส้นผมเปราะบางขาดได้ง่าย จึงควรเน้นบำรุงผมหลังจากทำสารเคมีและยืดอายุสีผมให้คงสวยสดและเงางาม ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผสมเคราติน (Keratin), ซัลเฟทฟรี (Sulfate free) สารซัลเฟททำให้ชะล้างสีผมออกอย่างรวดเร็ว, ซิลิโคนฟรี (SIlicone free) ที่ช่วยล็อคสีเส้นผมละเคลือบให้เกล็ดเส้นปิดสนิทยิ่งขึ้น และหลังสระผมควรมาส์คเส้นผมด้วยทรีตเม้นต์สีผมที่ตรงกับสีผมที่ตนเองย้อม

  • ผมหลุดร่วงง่าย

ผมหลุดร่วงง่ายมีหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่ามากจากฮอร์โมน ความเครียด หรือสารเคมีตกค้างสะสม ให้เน้นแชมพูที่มีความอ่อนโยนสูงสุดและมีการนวดศีรษะระหส่างการสระผมด้วย ส่วนผมที่ควรใช้คือ Essential oils อย่างเช่น น้ำมันกระดังงา (ylang-ylang oil) , น้ำมันต้นทีทรี (Tea tree essential oil), น้ำมันตะไคร้ (Lemongrass oil) นอกจากกลิ่นหอมผ่อนคลายแล้วยังช่วยให้เส้นผมลงการหลุดร่วงเป็นอย่างดี การนวดหนังศีรษะก็เป็นการกระตุ้นให้เลือดหมุนเวียนส่งผลให้มีสุขภาพผมที่ดียิ่งขึ้น


เราจะเห็นได้ว่าสุขภาพผมที่ดีขึ้นเริ่มมาจากพฤติกรรมการสระผมของเรา ซึ่งเป็นพื้นฐานที่แสนง่ายแต่หลายคนอาจมองข้ามมาเกือบทั้งชีวิต อีกทั้งการสังเกตสุขภาพผมของตนเองทำให้รับรู้และหาวิธีบำรุงได้อย่างล้ำลึกและถูกต้องนั่นเอง  


ที่มา

https://www.researchgate.net/publication/316687661_Hair_Scalp_and_Gender

https://www.hairstory.com/blog/what-is-your-oily-scalp-telling-you/

https://www.allthingshair.com/en-us/hair-care/washing-hair/best-time-to-wash-your-hair/

https://www.webmd.com/beauty/features/ingredients-dry-hair

https://amr.com.au/post/your-guide-to-picking-conditioner-for-oily-hair/

https://www.healthline.com/health/essential-oils-for-hair-growth#other-oils